Wednesday, August 13, 2008

คนดี

วันก่อนผมอ่านใบปลิวอันหนึ่งเขียนเกี่ยวกับเรื่องการกินอาหารมังสวิรัติ ในใบปลิวอันนั้นเขียนเล่าเรื่องการทรมานสัตว์ไว้หลายเรื่อง และให้เหตุผลว่าทำไมคนจึงควรเลิกกินเนื้อ มีประโยคๆหนึ่งที่ฟังแล้วนึกๆดู เป็นประโยคที่ผมชอบมาก สามารถนำมาใช้เป็นข้อคิดในการดำเนินชีวิตได้เป็นอย่างดี

ประโยคนั้นเขียนเป็นภาษาอังกฤษ แต่แปลเป็นไทยประมาณว่า "เราตัดสินว่าคนเป็นคนอย่างไร โดยดูจากการปฏิบัติตัวของคนๆนั้นกับคนที่ไร้ทางต่อสู้"




  • พ่อของเพื่อนผมเคยพูดไว้ว่า "หากเพื่อนทำดีกับเรา เราไม่สามารถพูดได้ว่้าคนนั้นเป็นคนดี จนกว่าจะเห็นเขาทำดีกับภารโรงที่กวาดพื้นอยู่ เนื่องจากว่า เราไม่สามารถรู้ได้ว่าคนทำดีกับเรา หวังผลตอบแทนหรือไม่ บางคนอาจจะหวังคบหาเราไว้เพื่อผลประโยชน์ในภายหลัง"


  • ผมเคยเห็นเพื่อนคนที่นิสัยดีกับกลุ่มคนรวย แต่ไม่ยอมคบหาคนจน


  • ผู้บริหารหน่วยงานทำดีกับลูกน้อง แต่ทำตัวอย่างไรกับภารโรงในอาคาร ทำอย่างไรกับพวกเสมียน หรือธุรการ ให้เกียรติเขาในระดับไหน


  • เพื่อนผมคนหนึ่งมีน้ำใจกับเพื่อนฝูง แต่เห็นหมาเดินๆอยู่แล้วเตะ คนๆนี้เป็นคนแบบไหน?


  • ผู้ชายดีกับผู้หญิงเวลาจีบ แต่พอผู้หญิงเป็นเมียแล้วก็ปล่อยปละละเลย


ศาสนา กับ การล้างสมอง

"ศาสดา" ใช้ "ศาสนา" และ "พระมหากษัตริย์" เป็นเครื่องมือในการล้างสมองเหล่า "สาวก"

ไม่ต้องบรรยายอะไรไปมากกว่านี้!!! อ่าน

ความเชื่อ ความนับถือศาสนา หากอยู่บนหลักของเหตุผล และผู้นับถือใช้ "สมอง" ไปด้วยขณะฟังเรื่องที่เกี่ยวข้อง ศาสนาจะกลายเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวทางจิตใจที่ดี แต่เมื่อใดก็ตามที่ความงมงายนำหน้า เชื่อจนไม่ลืมหูลืมตา หรือความเชื่ออยู่เหนือหลักของเหตุผล จะเกิดอาการที่เรียกว่า "สมองฝ่อ" หรืออีกชื่อก็คือ "สติปัญญาและกระบวนการวิเคราะห์เหตุผลบกพร่อง" ทำให้เกิดอาการขาดสติ เชื่อคนง่าย เมื่อศาสนาถูกนำมาอ้างใช้ในการทำให้เชื่อ ยกตัวอย่างเช่น หากผมพูดว่า "อาจารย์มะนาวบินได้" หรือ "ดนุพลสังเคราะห์แสงเป็นอาหารเลี้ยงชีพได้" คงไม่มีคนเชื่อ แต่หากผมเปลี่ยนประธานของประโยคทั้งสอง ประโยคเหล่านี้สามารถทำให้คนบางคนเชื่อได้ง่ายขึ้นมาก

การล้างสมองยังคงดำเนินต่อไปอย่างไม่หยุดยั้ง!!!

Monday, August 11, 2008

ศาสนา

วันก่อนผมกรอกแบบสอบถามที่มีคนนำมาแจกให้ มีช่องหนึ่งถามถึง "ศาสนา"

ผมตอบ "ไม่มี"

หากอยู่เมืองไทย ผมไม่สามารถตอบ "ไม่มี" ได้ เพราะไม่มีช่องให้เลือก ซึ่งผมว่าตัวเลือกนี้น่าจะเหมาะกับผมที่สุด เพราะผมไม่ได้มีการยึดหลักศาสนาใดศาสนาหนึ่งแล้วปฏิบัติตามอย่างเป็นล่ำเป็นสัน ซึ่งโดยการที่ผมเกิดในเมืองไทย ผมจึงเป็นพุทธไปเองโดยบริยาย เพราะเป็นศาสนาประจำชาติ

คำว่าศาสนาประจำชาตินั้น ฟังแล้วผมว่ามันดูตลกๆชอบกล คำนี้มันไม่ให้เกียรติคนต่างศาสนาเอาซะเลย หากผมเป็นคนต่างศาสนา ผมคงอึดอัดไม่อยากจะอยู่ในประเทศไทยแน่ๆ
  • ทำไมเด็กมัธยมต้องสวดมนต์หน้าเสาธง? เพื่อนผมที่เป็นคริสต์ยืนมือประกบหน้าหงอยอยู่เวลาชาวบ้านสวดมนต์ ผมไม่เห็นด้วยกับเรื่องนี้อย่างแรง เพราะโรงเรียนมัธยมไม่ได้มีการประกาศตัวว่าเป็นโรงเรียนพุทธ แต่กลับนำกิจกรรมของพุทธแทรกแซงเข้าไปในทุกๆอณูของกิจกรรม หากต้องการจะ "บังคับ" กิจกรรมของพุทธในหลักสูตรล่ะก็ ทำไมไม่เติมคำว่า "พุทธ" หน้าชื่อของโรงเรียนล่ะครับ เราจะได้เห็นโรงเรียน "พุทธเตรียมอุดมศึกษา" และ "พุทธสวนกุหลาบฯ" ผมจะได้เลิกข้องใจเรื่องกิจกรรมพุทธซะที
  • อีกคำถามที่น่าสนใจคือ เปลี่ยนสวดมนต์เป็นทำละหมาดได้หรือไม่? น่าจะเป็นกิจกรรมที่ช่วยทำให้จิตใจสงบเช่นกัน ทำไมโรงเรียนรัฐทุกโรงเรียนจึงเป็นโรงเรียนพุทธไปโดยอัติโนมัติ
  • ผมโดดเข้าแถวตอนเช้า โดนลงโทษด้วยการตี สมควรหรือไม่? สมมติว่าผมเป็นมุสลิม การที่ผมรู้สึกว่าอยากหนีจากกิจกรรมน่าอึดอัดของคนต่างศาสนา ผมผิดด้วยหรือ?
สังคมจะมีความเสมอภาคได้ทุกด้านอย่างแท้จริง ประเพณีที่ฝังรากลึกเหล่านี้จะเป็นอุปสรรคหรือไม่?

Tuesday, June 03, 2008

ครูสอนเด็ก

ครูสน: .... เอ้านักเรียน วันนี้การเรียนของเราพอแค่นี้ มีคำถามท้ายชั่วโมงให้นักเรียนคิดเล่นนะครับ ระหว่าง
"ครูสน (ตัวเอง)" กับ "ครูเหลี่ยม" ใครเป็นคนดีกว่ากันครับ ? อ้าวววว ช่วยกันตอบๆหน่อยเร้ว

นักเรียน A : เอ้อ.... ผมว่าครูเหลี่ยมดีครับ เขาหาเงินเก่งดี แถมชอบมีนโยบายช่วยเหลือคนจน

ครูสน: จุ๊ๆๆๆๆ .... ครูจะบอกให้.... ครูเหลี่ยมเค้าเป็นพวกน้ำนิ่งไหลลึก จริงๆเค้าเป็นคนชั่วช้ามาก มีแต่คนโง่เ่ท่านั้นแหละที่เชื่อเค้า เอ้านักเรียน ... เลือกใหม่

นักเรียน B: เอ้อ งั้น ผมขอไม่เลือกละกันนะครับ ผมไม่ค่อยชอบทั้งคู่เลยครับ คนนึงก็บ้าอำนาจ อีกคนก็ชอบพูดจาด้วยลอจิกแปลกๆ หลอกได้แต่ควายเท่านั้น

ครูสน: จุ๊ๆๆๆๆ .... ไม่ได้นะนักเรียน การทำตัวเป็นอีแอบอย่างนี้ไม่ดี เราต้องเลือกได้ซิ ว่าใครดีกว่าใคร ถึงจะถือเป็นผู้มีความรู้

==============


What the FUCK?

Sunday, June 01, 2008

มันจะเอายังงัยกันแน่??

ในช่วงอาทิตย์กว่าที่ผ่านมานี้ กลุ่มพันธมิตรฯ ได้ชุมนุมกันอย่างหนาแน่นที่สะพานมัฆวานรังสรรค์ โดยเริ่มจากการเรียกร้องต่อต้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญ หลังจากนั้นจึงเปลี่ยนเป็นการเรียกร้องให้นายกลาออก?

What the fuck????

มีหลายจุดที่ผมไม่เข้าใจเท่าไหร่นักไม่ว่าจะพยายามคิดอย่างไรก็ตาม ... อย่างแรกคือ การชุมนุมเพื่อต่อต้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ทำไมจึงมาเกิดเอาตอนนี้? ดังที่นายกฯ ได้พูดไว้คือ ตอนพวกทหารบ้าอำนาจฉีกรัฐธรรมนูญทิ้ง พวกพันธมิตรฯกลับนิ่งเฉย ไม่มีปฎิกิริยาใดๆ แต่คราวนี้กลับจะเป็นจะตาย สิ่งที่ผมไม่เข้าใจคือ ทำไมยอมให้ทหารที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้งทำอะไรก็ได้ตามใจชอบกับรัฐธรรมนูญ แต่รัฐบาลที่เลือกตั้งเข้ามาจะแก้ไข กลับพยายามต่อต้านราวกับว่าพวกเขาเป็นกบฎ?

โอเค ตรงนี้ ช่างมันก่อน มีจุดที่สำคัญกว่านี้.... คิดในแง่ดีพวกเขาอาจจะมีเหตุผลของเขา.... ผมลองถามตัวเองเล่นๆดู ว่า จุดประสงค์ที่แท้จริงสำหรับการชุมนุมนี้คืออะไร หากเป็นการชุมนุมเพื่อแสดงออกถึงสิ่งที่ตนไม่เห็นด้วยอย่างแท้จริง ตรงนี้ผมอยากจะแสดงความนับถือพวกเขา ที่กล้่าแสดงออก กล้าพูดในสิ่งที่ตัวเองไม่ชอบ ซึ่งเป็นคุณสมบัตที่ดีสำหรับผู้ที่อยู่ภายใต้ระบอบประชาธิปไตย (แม้ว่าผมจะงงๆเล็กน้อยตอนที่พวกนี้นั่งเฉยๆตอนทหารย่ำยีรัฐธรรมนูญ)

แต่ว่า หากการชุมนุมนี้มีจุดประสงค์เพียงเพื่อก่อความวุุ่นวายเพื่อเป็นการ trigger การปฎิวัติยึดอำนาจล่ะก็ ... ผมขอประนามการกระทำอันต่ำช้าในครั้งนี้ ดังที่ผมพร่ำพูด ด่า และแดกดันอย่างสม่ำเสมอ ว่า อำนาจการปกครองมาจากประชาชน ไม่ใช่ทหาร การหวังพึ่งการแทรกแซงอำนาจอธิปไตยโดยการกระตุ้นและก่อความวุ่นวาย เป็นสิ่งที่ต่ำที่สุด ยิ่งกว่าการสังหารบิดามารดาตัวเองเสียอีก (ผมมองว่าเป็นการเหยียบย่ำสิทธิของประชาชนนับสิบล้าน) ผมขออธิษฐานต่อเทพเจ้าแห่ง P. vs. NP ให้ความคิดอุบาทว์สามาญย์ เลวทราม เหยียบย่ำผู้อื่น เช่นนี้หมดไปจากชาวไทยด้วยเถิด

แม้ว่าตัวผมจะไม่ได้อยู่ที่เมืองไทย แต่ผมรักประเทศของผม ผมอยากเห็นประเทศที่ผู้คนเคารพในสิทธิของผู้อื่น ไม่เหยียบย่ำกัน ไม่หวังพึ่งอำนาจมืดเข้ามาแทรกแซงการบริหารประเทศ ประชาชนเท่านั้นที่จะขับเคลื่อนประเทศต่อไปได้ ขอให้เชื่อในพลังของประชาชน ผมขอให้ความหวาดกลัวของผมเป็นเพียงแค่การคิดไปเองด้วยเถิดดดดดดด......